มาร์ก้า สื่อดังสเปนได้กางสถิติอันน่าตกใจของ อองตวน กรีซมันน์ อออกมาว่าแข้งรายนี้พลาดลงสนามเพราะอาการบาดเจ็บหนสุดท้ายต้องย้อนไปในช่วงปลายปี 2017

แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสลงสนามเป็นตัวจริงในเกม ลา ลีกา ที่ อาซูลกราน่า บุกไปเอาชนะ เรอัล บายาโดลิด 1-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเขาถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งแรกของเกมดังกล่าว

ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาสโมสรดังของกาตาลันออกแถลงการณ์ว่าแข้งแชมป์โลกปี 2018 มีอาการบาเจ็บที่ต้นขาด้านขวาและไม่สามารถลงซ้อมได้ในช่วงนี้แถมต้องรอดูอาการอีกครั้งว่าจะพักนานแค่ไหน

ทั้งนี้ มาร์ก้า ได้เผยสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของแข้งวัย 29 ปี ซึ่งหนสุดท้ายที่เขาต้องพลาดลงสนามเพราะมีอาการบาดเจ็บต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมปี 2017 สมัยที่เขายังเป็นนักเตะ แอตเลติโก มาดริด

โดยอาการบาดเจ็บครั้งดังกล่าวส่งผลให้เขาพลาดลงสนามให้กับ ตราหมี ไปเพียงเกมเดียวเท่านั้น ซึ่งถือเป็นครั้งเดียวที่เขาไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมเพราะอาการบาดเจ็บ เพราะที่เหลือเป็นการตัดสินใจพักของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่

นอกจากนั้นหากดูสถิติที่ กรีซมันน์ พลาดลงสนามมากกว่า 1 นัดเพราะมีอาการบาดเจ็บต้องย้อนไปในปี 2012 สมัยที่เขาลงเล่นให้ เรอัล โซเซียดาด ซึ่งตอนนั้นเขาพลาดลงเล่นไป 3 เกมเพราะอาการเจ็บกล้ามเนื้อ

บาร์ซ่า กำลังจะมีคิวดวลกับ โอซาซูน่า ในวันพฤหัสบดีนี้โดยทีมต้องชนะเพื่อโอกาสในการลุ้นแชมป์เฮือกสุดท้าย


เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือมือฉมังของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมาประกาศลั่นว่าการคว้าอันดับที่ 2 ในพรีเมียร์ ลีกนั้นสำคัญกว่าการคว้าถ้วยเอฟเอ คัพ

 

แม้ว่าจะป้องกันแชมป์พรีเมียร์ ลีก ไว้ไม่สำเร็จ แต่ซิตี้ก็ยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นทริปเปิ้ลแชมป์เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

 

ทีมของพวกเขาได้แชมป์ คาราบาว คัพ ไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอยู่ในเส้นทางการแข่งขัน เอฟเอ คัพและ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

“เราต้องการคว้าแชมป์ ดังนั้นแน่นอนว่าเราไม่ได้พอใจ แต่เราก็รู้ว่าคู่แข่งของเราสุดยอดมากในพรีเมียร์ ลีกและเราก็ไม่ได้อยู่ในระดับนั้น”

 

“เราปฏิเสธไม่ได้ว่าอันดับที่ 2 คือเป้าหมายที่ดีกว่าการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ, การเป็นแชมป์คาราบาว คัพ รายการอื่นๆ และการคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกสโมสรแย่งชิงกัน”

 

“เราไม่ได้ดีที่สุด มันมีอีกทีมที่เป็นเช่นนั้น แต่เราก็ยังดีกว่าอีก 18 ทีม”

 

“นี่คือเป้าหมายในการจบฤดูกาลนี้”

กวาร์ดิโอล่า กล่าว


อินเตอร์ มิลาน ได้ทำการวางตัว มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือจอมแท็คติค เอาไว้เป็นตัวแทนของ อันโตนิโอ คอนเต้ หากเจ้าตัวลาออกจากสโมสรสิ้นฤดูกาลนี้

 

ตารางอันดับคะแนนตอนนี้ อินเตอร์ แทบจะการันตีการไปเล่นถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า แต่ว่าโอกาสการที่จะลุ้นเป็นแชมป์นั้นเหลือน้อยลงทุกที เพราะว่าสะดุดหลายเกมมาก

 

ล่าสุด คอนเต้ อาจจะอำลาสโมสรหากไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอต่อการเลือกซื้อนักเตะในตลาดซื้อขาย และตอนนี้ตัวของ อัลเลกรี ว่างงานอย่าและเป็นตัวเต็งในการที่จะเสียบตำแหน่งนี้แทน

 

ผลงานอัลเลกรี เมื่อทำทีมต่อจากคอนเต้ คือได้แชมป์ลีก 5 สมัยติดต่อกัน และผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 ครั้ง


มิเกล อาร์เตต้า เฮดโค้ช อาร์เซน่อล มั่นใจการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ในเกมซึ่งจะพบ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ คงออกมาอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม หลังจากโดน โชเซ่ มูรินโญ่ บอสไก่เดือยทองดักคอว่าชอบทำทีมของเขาเสียประโยชน์

มูรินโญ่ โหมโรงก่อนเกมนี้ด้วยการพูดถึงไอเดียให้ผู้ตัดสินสัมภาษณ์หลังเกมเหมือน ผจก.ทีม โดยยกกรณีปัญหาจากเกมที่พวกเขาเพิ่งเสมอ บอร์นมัธ 0-0 แล้วเจอจังหวะที่น่าจะได้จุดโทษหลังจาก โจชัว คิง วิ่งชนด้านหลังของ แฮร์รี่ เคน ล้มลงในกรอบ 18 หลา

กรรมการสนามฟังสัญญาน ‘วีเออาร์’ ทว่าไม่มีการแจ้งเตือนว่าเป็นการทำฟาวล์

ซึ่งผู้ทำหน้าที่คุม’วีเออาร์’ เกมที่ ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม คือเปา โอลิเวอร์ แล้วจะมาเป่าเกม นอร์ท ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์สุดสัปดาห์นี้ด้วย

ดังนั้นหลายฝ่ายเกรงว่าเชิ้ตดำหนุ่มอาจติดลูกเกรงใจเป่าเอื้อ สเปอร์ส อย่างไรก็ดี อาร์เตต้า มั่นใจความมืออาชีพของผู้ตัดสินที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ พยายามผลักดันรายนี้

“ผมไม่เคยมีความกังวลเกี่ยวกับการคัดเลือกผู้ตัดสินลงทำหน้าที่” กุนซือสแปนิชเปิดปากก่อนแมตช์เดย์ ( 12 ก.ค.)

“ทุกวันนี้เราทำงานกันแบบมืออาชีพ ผู้ตัดสินก็อุทิศตัวสูง รับผิดชอบความกดดันและเสียงวิจารณ์” 

“ผมทราบว่าพวกเขาพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วในทุกการตัดสินใจ แต่เหตุของความยุ่งเหยิงเนื่องสปีดการเล่นของเกมยุคปัจจุบัน ต้องตอบสนองอย่างไรให้ทันท่วงที ยังรวมถึงความกดดันของระบบ’วีเออาร์’ ด้วย” 

“อาร์เซน่อล เราอยู่ตรงนี้ให้กำลังใจพวกเขา เราต้องการผู้ตัดสิน เพราะตุลาการสนามมีบทบาทสำคัญ” 

“ทุกวันนี้ก็บ่นเรื่องไม่มีแฟนบอลเข้าสนาม ตระหนักกันแล้วว่าผู้เล่นคนที่ 12 สำคัญแค่ไหน บางทีในสักวันข้างหน้าอาจหลุดปากออกมาว่า – ผู้ตัดสินมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกมฟุตบอลเข้าท่า -“

“ดังนั้นต้องให้กำลังใจกัน” 

เรียกว่าเป็นความเห็นแบบต่างขั้วเพราะ มูรินโญ่ ออกแนวจิกกัดอยากลากผู้ตัดสินที่ทำพลาดมาประจานออกสื่อฯ

 


ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ รองประธานสโมสร อินเตอร์ มิลาน แสดงความเคารพต่อคู่ต่อสู้ทุกทีมบนเวที ยูโรปา ลีก พร้อมเน้นย้ำว่าทีมเนรัซซูร์รี่จะต้องเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด

ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ รองประธานสโมสร อินเตอร์ มิลาน กล่าวถึงผลการจับสลากประกบคู่ชนรอบ 8 ทีมและทราบเส้นทางจนถึงรอบชิงชนะเลิศของศึกยูโรปาลีกซีซั่นนี้ว่าทีมเนรัซซูร์รี่เคารพต่อคู่แข่งทุกทีมและยืนยันว่าจะต้องเตรียมพร้อมให้ดีสุดเท่าที่สามารถทำได้ในการลงเล่นแบบทัวร์นาเมนต์ช่วงเดือนสิงหาคมนี้ จากการให้สัมภาษณ์’อินเตอร์ ทีวี’เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

อินเตอร์ มิลาน มีคิวลงเตะรอบ 16 ทีมกับ เคตาเฟ่ และมีโปรแกรมชนกับผู้ชนะระหว่าง เลเวอร์คูเซ่น ของเยอรมัน กับ เรนเจอร์ส เอฟซี ของสกอตแลนด์ในรอบ 8 ทีม จากนั้นจะเข้าสู่รอบตัดเชือกไปพบกับผู้ชนะของ โวล์ฟสบวร์ก ของเยอรมัน กับ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ ของยูเครน หรือ แฟร้งค์เฟิร์ต ของเยอรมัน กับ บาเซิ่ล ของสวิตเซอร์แลนด์

‘ผมคิดว่าทุกทีมต่างเป็นคู่ปรับที่ยากในการเผชิญหน้านับจากจุดนี้เป็นต้นไปและด้วยเหตุนี้เราจึงต้องเตรียมพร้อมให้ดีสุดเท่าที่เราสามารถทำได้ โดยแสดงความเคารพคู่ต่อสู้ทุกทีม’

ซาเน็ตติ ยังย้ำว่าทีมเนรัซซูร์รี่ยังต้องฝ่าด่านคู่ปรับยากอย่าง เคตาเฟ่ ในรอบ 16 ทีมก่อนจะคิดถึงการเผชิญหน้ากับผู้ชนะระหว่าง เลเวอร์คูเซ่น กับ เรนเจอร์ส เอฟซี ในรอบควอร์เตอร์ไฟนัล

‘พวกเขาทั้งสองทีมต่างเป็นคู่แข่งที่เราเคยพบมาแล้วหลายครั้งในอดีต แต่ก่อนอื่นเราต้องผ่านเข้ารอบก่อน เรายังมีเกมที่ยากมากกับ เคตาเฟ่ รอพวกเราอยู่’

 


พอล สโคลส์ กองกลางตำนานชาวอังกฤษ เชื่อมั่นว่า ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ค่อนข้างกังวลกับสถานการณ์ตอนนี้ที่ ยูไนเต็ดกำลังฟอร์มร้อนแรง

 

ยูไนเต็ด เพิ่งจะถล่ม แอสตัน วิลล่า ขาดลอย 3-0 ทำให้ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ทำผลงานดีต่อเนื่อง ไม่แพ้ใครติดต่อกันถึง 17 นัดแล้ว

 

จากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของพวกเขาทำให้ สโคลส์ คิดว่า 2 คู่แข่งอย่าง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องมีกังวลกับการแข่งขันในซีซันหน้า


สติลิยัน เปตรอฟ อดีตกัปตัน แอสตัน วิลล่า ด่าสวน แกรม ซูเนสส์ คอมเมนเตเตอร์ สกาย สปอร์ตส์ ซึ่งวิจารณ์ แจ็ค กรีลิช รุ่นน้องสิงห์ผงาดว่าไม่คู่ควรถูก แมนฯ ยูไนเต็ด ซื้อไปร่วมงานซัมเมอร์นี้

กรีลิช คือนักเตะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เจ้านายใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการโดยสนนราคาราว 50 ล้านปอนด์ แต่ทั้งนี้ ซูเนสส์ มองว่าแพงเกินจริงเพราะเงินมากขนาดนั้นเอาไปแลกกองกลางซึ่งตกเป็นฝ่ายตั้งรับแล้วไม่ชอบไล่บอล หรือเวลาครองเกมบุกก็หวงลูกมากจังหวะ เรียกแค่ฟาวล์แต่ไร้ประโยชน์ด้านอื่น

แน่นอน เปตรอฟ ฉุนขาดเพราะการวิจารณ์แบบนั้นคือไปมีอคติ สมควรวิพากษ์ด้วยเหตุและผลมากกว่า

“ผมเชื่อว่า แจ็ค มีศักยภาพล้นเหลือที่จะขึ้นเป็นยอดนักเตะ ณ เวลานี้เขาอาจแบกทีมมากไป คิดว่าทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับเราคนเดียว หมอนั่นจึงพยายามทำทุกอย่างเอง ทั้งสร้างสรรค์โอกาส ทั้งหาทางแอสซิสต์ หาช่องส่องตาข่าย เรียกว่ารับเหมาอย่างแท้จริง” เปตรอฟ แสดงความเห็นกับ ‘สแต็ตส์ เพอร์ฟอร์ม นิวส์’

“หากเขาไปเล่นทีมใหญ่ขึ้น เชื่อว่าคุณสมบัติที่มีในตัวเขาก็จะพัฒนาขึ้นตาม เขามีของอยู่แล้ว แต่ ณ เวลานี้สถานการณ์ของ แอสตัน วิลล่า คือต้องทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว อีกประการคือเจ้าตัวอยากโชว์แบกด้วย”

“เราหลงลืมไปไหมหมอนั่นเพิ่งอายุ 24 ปี – ทั้งนี้ผมไม่เห็นด้วยเรื่องที่คนตำหนิเขาครองบอลนานไป นั่นก็เพราะมันจำเป็น แจ็ค ต้องหวงบอลเรื่องนั้นเจ้าตัวทราบ”

“แต่หากจากนี้ได้ประสานงานกับทีมเมตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ เขาก็รู้ต้องเล่นแบบไหน ทราบวิธีปรับตัว แข้งเจ๋งๆทำแบบนั้นอยู่แล้ว ซึ่ง กรีลิช ก็อยู่หมวดนั้น” รุ่นพี่สิงห์ผงาดกล่าวทิ้งท้าย


ปีเตอร์ ชไมเคิล ตํานานนายทวาร สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก บอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ให้สัมภาษณ์พูดคุยกับ MUTV บอกว่ามีนักเตะปีศาจแดงในกลุ่มชุดตอนนี้ ที่อยู่กับสโมสรเพื่อสร้างแบรนด์ให้กับตนเองและไม่ควรจะมีชื่อยู่กับกลุ่มอีกต่อไป

ชไมเคิล แสดงทีท่าส่งเสริมให้ โอเล กุนนาร์ โซลชา ขายนักฟุตบอลที่ไม่มี ดีเอ็นเอของความเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาจากทีมในตลาดซื้อขายนักฟุตบอลรอบที่จะถึงนี้ โดยถึงแม้ยักษ์เดนส์จะมิได้บอกชื่อนักฟุตบอลผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นการเฉพาะ แต่ว่าสื่อหลายสํานักก็คาดคะเนว่าเขาได้เอ่ยถึง เจสซี ลินการ์ด ที่มีแบรนด์เสื้อผ้าของตนที่ชื่อว่า JLingz สะกดรอยนักบอลอย่าง เดวิด เบ็คแฮม

“ผมเคยบอกประเด็นนี้ไว้เมื่อยาวนานมากแล้วตั้งแต่ที่ โอเล่ เข้ารับงานผู้จัดการทีมฟุตบอลกับกลุ่ม ใหม่ๆ นั่นเป็นสิ่งที่ จําเป็นที่สุดสําหรับเขาปัจจุบันนี้ ไม่ใช่การเซ็นสัญญาคว้าตัวนักฟุตบอลใหม่ ถ้าหากแม้กระนั้นเป็นการกําจัด นักฟุตบอลที่ อยู่ในกลุ่มออกไป” ชไมเคิล กล่าวเริ่ม

“มีนักเตะบางบุคคลที่พวกเราไม่อยากที่จะให้เขาอยู่กับกลุ่มอีกต่อไป พวกเขามิได้อยู่เพื่อเล่นให้กับยี่ห้อสโมสร บนอก พวกเขาเพียงสร้างโปรไฟล์ให้กับตนเองเพียงแค่นั้น”

“ผมอ่านเจอเรื่องราวของนักเตะคนหนึ่งที่พยายามทำให้ชื่อของตัวเองกลายเป็นแบรนด์แบบ เบ็คแฮม ซึ่งนั่นน่าตกใจเป็นอย่างมาก และผมยืนยันว่ามีผู้เล่นหลายคนที่ไม่คู่ควรที่จะอยู่ในห้องแต่งตัวของทีม”


ริวัลโด้ ตำนานกองหน้า บาร์เซโลน่า เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาดราม่าในรั้ว คัมป์ นู ระหว่าง ลีโอเนล เมสซี่ สตาร์ทรงอิทธิพลกับบอร์ดบริหาร ด้วยการขายเจ้าของรางวัล ‘บัลลง ดอร์’ ออกไปให้ ยูเวนตุส เพื่อผนึกกำลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สร้างโคตรทีม

รายงานจากหลายสำนักระบุว่ากองหน้าชาวอาร์เจนไตน์จะย้ายทีมหลังจากหมดสัญญาเมื่อสิ้นฤดูกาล 2020-21 เพราะไม่มั่นใจกับทิศทางของสโมสรหลังจากยอมขายกองกลางคุณภาพอย่าง อาร์ตูร์ เมโล่ ไปให้ ยูเวนตุส

นอกจากนั้นมีกระแสว่า เมสซี่ ไม่ค่อยลงรอยกับ กีเก้ เซเตียน กุนซือคนปัจจุบัน และยังส่งผลให้การเจรจาสัญญาฉบับใหม่ยังคงค้างคา

ล่าสุด ริวัลโด้ ที่ทราบสถานการณ์ของอดีตทีมเก่าจึงเสนอแนวทางแก้ปัญหาแก่ทุกฝ่ายว่า สตาร์อาร์เจนไตน์ควรย้ายออกไปรวมพลังกับ ‘ซีอาร์ 7’ ในถิ่น ตูริน

“เมื่อประเมินสถานการณ์ทั้งหมดขณะนี้ ผมเชื่อว่าเริ่มมีเอเยนต์นักฟุตบอลบางเจ้าเริ่มฝันถึงการประสานงานในทีมเดียวกันของ เมสซี่โรนัลโด้ ไปผนึกกำลังยัง ยูเวนตุส เอาให้เป็นปรากฏการณ์ใหญ่คับโลกเลย”  ริวัลโด้ กล่าวกับ ‘เบทแฟร์’

“หากเกิดขึ้นจริงมันคงเหมือนการระเบิดของโลก และผมเชื่อว่า ยูเวนตุส จะถอนทุนคืนอย่างรวดเร็วหากดึงดาวเตะอาร์เจนตินาไป ทั้งนี้ต้องขอบคุณกระแสการรับรู้ของคนต่อ เมสซี่ และมูคค่าทางการตลาด” 

“มันต้องเป็นยิ่งกว่าประวัติศาสตร์ลูกหนังที่รวมสองโคตรแข้งทีมเดียวกัน มั่นใจว่าผู้สนับสนุนของ ยูเว่ หลายเจ้าจะพร้อมสนับสนุนทางการเงิน ทุกอย่างจะถูกจัดให้ตามสั่งเพื่อ เมสซี่ 

“เมื่อมีข่าวว่า เมสซี่ ไม่มีความสุข เชื่อเลยทีมต่างๆก็คงคิดว่าจะหาทางเซ็นร่วมงานได้อย่างไร – แล้วมันยังหมายความว่าหาก 2 ผู้เล่นที่ดีสุดรอบทศวรรษหลังได้เล่นทีมเดียวกันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน” 

อนึ่งในงานประกาศรางวัลยอดเยี่ยมแห่งปี 2019 ของ ยูฟ่า คริสเตียโน่ ก็ดูยื่นมิตรไมตรีแก่ เมสซี่ ด้วยการเชิญทานอาหารค่ำมาแล้ว


แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือของ สิงห์ไฮโซ ปกป้อง มาร์กอส อลอนโซ่ ว่าไม่ควรตกเป็นเป้าวิจารณ์จากจังหวะทำพลาด หลังถูก แกรี่ เนวิลล์ ตำหนิที่ทำพลาดในเกมพ่าย เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

อดีตฟูลแบ็คของทีมชาติอังกฤษวิจารณ์ว่า อลอนโซ่ ทำให้แต้มหลุดจากมือของ เชลซี หลังวิ่งถอยกลับมาตามประกบ อันดรีย์ ยาร์โมเลนโก้ ไม่ทันจนส่งผลให้ เวสต์แฮม เป็นฝ่ายคว้าชัย 3-2

อย่างไรก็ตาม แลมพาร์ด ป้องลูกทีมของเขาว่าไม่ควรตกเป็นเป้าตำหนิจากจังหวะนั้นจังหวะเดียว

“การให้คอมเมนต์จากที่ไกลๆน่ะเป็นเรื่องง่ายกว่าเยอะ” แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์ก่อนเกม

“เราพยายามเล่นฟุตบอล, พยายามที่จะพัฒนา, แต่แน่นอนว่าเราไม่อยากจะให้เกิดการเสียประตูแบบนั้น การวิ่งถอยกลับมาเป็นส่วนสำคัญของฟุตบอลและนักเตะต้องทำแบบนั้นไม่ว่าจะเป็นนาทีแรกหรือนาทีที่ 90”

“ผมว่ามันอาจจะไม่ค่อยแฟร์สักเท่าไหร่ที่ดู มาร์กอส เพียงแค่จังหวะเดียว ใช่ เขาสามารถวิ่งถอยกลับมาทันและทั้งทีมสามารถวิ่งถอยมารับได้ดียิ่งกว่านี้ แต่นั่นต้องเป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับทีม”

“คุณต้องวิ่งถอยไปตั้งรับมากพอๆกับการเติมเกมรุก และต้องมีความมุ่งมั่นกับการวิ่งครั้งที่ยากๆ บางครั้งก็เป็นการวิ่งตัดไลน์, ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม แต่ผมบ่นถึงนักเตะและความปรารถนาของพวกเขาในฤดูกาลนี้ไม่ได้เลย”

“ก็เป็นเรื่องแฟร์อยู่ที่ตัดสินกันจากประตูที่มีความสำคัญมากต่อการคว้าแต้ม แต่ผมรู้ว่าปกติแล้วนักเตะของผมมีความมุ่งมั่นในการเพรสซิ่งให้ดีเมื่อไม่ได้ครองบอล และการวิ่งถอยกลับมาตั้งรับ”

“และมันก็เป็นเกมที่เราพลาดท่า, ไม่ใช่แค่ในจังหวะนั้น, ยังมีความผิดพลาดอื่นๆอีกและเราก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้”