เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือมือฉมังของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมาประกาศลั่นว่าการคว้าอันดับที่ 2 ในพรีเมียร์ ลีกนั้นสำคัญกว่าการคว้าถ้วยเอฟเอ คัพ

 

แม้ว่าจะป้องกันแชมป์พรีเมียร์ ลีก ไว้ไม่สำเร็จ แต่ซิตี้ก็ยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นทริปเปิ้ลแชมป์เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

 

ทีมของพวกเขาได้แชมป์ คาราบาว คัพ ไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอยู่ในเส้นทางการแข่งขัน เอฟเอ คัพและ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

“เราต้องการคว้าแชมป์ ดังนั้นแน่นอนว่าเราไม่ได้พอใจ แต่เราก็รู้ว่าคู่แข่งของเราสุดยอดมากในพรีเมียร์ ลีกและเราก็ไม่ได้อยู่ในระดับนั้น”

 

“เราปฏิเสธไม่ได้ว่าอันดับที่ 2 คือเป้าหมายที่ดีกว่าการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ, การเป็นแชมป์คาราบาว คัพ รายการอื่นๆ และการคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกสโมสรแย่งชิงกัน”

 

“เราไม่ได้ดีที่สุด มันมีอีกทีมที่เป็นเช่นนั้น แต่เราก็ยังดีกว่าอีก 18 ทีม”

 

“นี่คือเป้าหมายในการจบฤดูกาลนี้”

กวาร์ดิโอล่า กล่าว


ปีเตอร์ ชไมเคิล ตํานานนายทวาร สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก บอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ให้สัมภาษณ์พูดคุยกับ MUTV บอกว่ามีนักเตะปีศาจแดงในกลุ่มชุดตอนนี้ ที่อยู่กับสโมสรเพื่อสร้างแบรนด์ให้กับตนเองและไม่ควรจะมีชื่อยู่กับกลุ่มอีกต่อไป

ชไมเคิล แสดงทีท่าส่งเสริมให้ โอเล กุนนาร์ โซลชา ขายนักฟุตบอลที่ไม่มี ดีเอ็นเอของความเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาจากทีมในตลาดซื้อขายนักฟุตบอลรอบที่จะถึงนี้ โดยถึงแม้ยักษ์เดนส์จะมิได้บอกชื่อนักฟุตบอลผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นการเฉพาะ แต่ว่าสื่อหลายสํานักก็คาดคะเนว่าเขาได้เอ่ยถึง เจสซี ลินการ์ด ที่มีแบรนด์เสื้อผ้าของตนที่ชื่อว่า JLingz สะกดรอยนักบอลอย่าง เดวิด เบ็คแฮม

“ผมเคยบอกประเด็นนี้ไว้เมื่อยาวนานมากแล้วตั้งแต่ที่ โอเล่ เข้ารับงานผู้จัดการทีมฟุตบอลกับกลุ่ม ใหม่ๆ นั่นเป็นสิ่งที่ จําเป็นที่สุดสําหรับเขาปัจจุบันนี้ ไม่ใช่การเซ็นสัญญาคว้าตัวนักฟุตบอลใหม่ ถ้าหากแม้กระนั้นเป็นการกําจัด นักฟุตบอลที่ อยู่ในกลุ่มออกไป” ชไมเคิล กล่าวเริ่ม

“มีนักเตะบางบุคคลที่พวกเราไม่อยากที่จะให้เขาอยู่กับกลุ่มอีกต่อไป พวกเขามิได้อยู่เพื่อเล่นให้กับยี่ห้อสโมสร บนอก พวกเขาเพียงสร้างโปรไฟล์ให้กับตนเองเพียงแค่นั้น”

“ผมอ่านเจอเรื่องราวของนักเตะคนหนึ่งที่พยายามทำให้ชื่อของตัวเองกลายเป็นแบรนด์แบบ เบ็คแฮม ซึ่งนั่นน่าตกใจเป็นอย่างมาก และผมยืนยันว่ามีผู้เล่นหลายคนที่ไม่คู่ควรที่จะอยู่ในห้องแต่งตัวของทีม”


แกรี่ เนวิลล์ อดีตดาวเตะของ ผีแดง กูรูคนดังประจำสกาย สปอร์ตมองว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องจ่ายเงินมากกว่า 50 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวของ เจดอน ซานโช จาก เสือเหลือง เข้ามาร่วมทัพ

เจดอน ซานโช ดาวเตะวัย 20 ปี ได้โชว์ฟอร์มอันร้อนแรงกับ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์  ในฤดูกาลนี้จนได้รับความสนใจจากสโมสรใหญ่ทั่วยุโรปโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทาง “ปีศาจแดง” ที่ตกเป็นข่าวกับนักเตะอย่างต่อเนื่องมาตลอด

ล่าสุดมีรายงานจากทางสกาย สปอร์ตเผยว่าทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่คิดจะจ่ายเงินค่าตัวของ ซานโช เกินกว่า 50 ล้านปอนด์ถึงแม้ทาง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะตั้งค่าตัวของนักเตะไว้ในระดับ 100 ล้านปอนด์ ก็ตาม

“ผมคิดว่าคุณต้องจ่ายเงินเยอะกว่านั้นหน่อยนะ โอเล่”

“ปัญหาก็คือบางสโมสรจะเชื่อว่าสโมสรอื่นเริ่มเข้าตาจนและต้องขายนักเตะในราคาถูก แต่ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะไปบูลลี่สโมสรอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้”

เนวิลล์ กล่าว


เซอร์เคนนี่ ดัลกลิช ตำนานกุนซือของลิเวอร์พูล เปิดเผยว่าเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับแชมป์พรีเมียร์ลีกหน้าใหม่เรียบร้อยแล้ว

กุนซือชาวสกอตติชทั้งสองคนต่อสู้กันมาอย่างยาวนานบนเส้นทางสายลูกหนัง โดย “คิง เคนนี่” เคยพาทีมคว้าแชมป์ลีกกับ “หงส์แดง” 2 ครั้งและตอนอยู่กับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส อีก 1 สมัยระหว่างที่ “ป๋า” คุมทัพยูไนเต็ด

อย่างไรก็ดี หลังจากเยอร์เก้น คล็อปป์ พาทีมประสบความสำเร็จได้แชมป์ลีกหนแรกในรอบ 30 ปี เฟอร์กูสัน ก็ส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับศัตรูที่รักโดยทันที

“เขาส่งข้อความมาหาเราเพื่อแสดงความยินดี คุณไม่ได้อยู่ในสงครามนะ!”ดัลกลิชกล่าว

“คุณผ่านยุคเก่ามาแล้ว เฟอร์กี้กับแมน ยูไนเต็ด, ไบรอัน คิดด์, ไมค์ ซัมเมอร์บี ล้วนเป็นศัตรูหน้าเก่าที่ผ่านวงการฟุตบอลในช่วงเวลาเดียวกันมา และเมื่อถึงท้ายที่สุดคุณก็ส่งจดหมายแสดงความยินดีให้แก่กัน”

“มันยังคงเป็นแบบนั้นต่อไป มันคือความชื่นชมอันยิ่งใหญ่ คุณไม่ได้อยู่ในการแข่งขัน คุณคือศัตรูกันแต่ก็มีความฉลาดมากพอ ที่จะมีความใจกล้างในการส่งจดหมายกล่าวแสดงความยินดี”

“ในทุกวันนี้มันมีเทคนิคมากมาย คุณส่งข้อความหรือจดหมายไปให้กับคนที่คุณเคยแข่งขันด้วยมาตลอดชีวิต”

“พวกเขาหวังว่าตัวเองจะเป็นผู้ชนะ แต่พวกเขาก็ภูมิใจที่ได้แสดงความคารวะต่อคนอื่นด้วยเช่นกัน”


ดีน สมิธ กุนซือแอสตัน วิลล่า พูดถึงความผิดพลาดเกี่ยวกับเทคโนโลยี ว่าเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ หลังจากที่ทีมของเขาได้ประโยชน์จากความผิดพลาดของโกล์ไลน์ในเกมที่เปิดบ้านเสมอ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

 

คู่เปิดหัวการคัมแบ็คแข่งพรีเมียร์ลีก 2019/20 ทีม “สิงห์ผงาด” เฝ้าถิ่นวิลล่า ปาร์ค รับมือทีม “ดาบคู่” ก่อนที่จะเสมอกันแบบไม่มีสกอร์

 

อย่างไรก็ตามมีประเด็นสำคัญเกิดขึ้น ในช่วงนาที 42 เมื่อทีมเยือนน่าจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ โอลิเวอร์ นอร์วูด เปิดฟรีคิกเข้าไปแล้วเหมือนว่าบอลจะข้ามเส้นไปแล้วในจังหวะน่ายด่านเจ้าถิ่นอย่าง ออร์ยาน นีลันด์ จะรับเข้าซอง

 

อย่างไรก็ตามผู้ตัดสิน ไมเคิล โอลิเวอร์ ให้สัญญาณเล่นต่อไปเพราะไม่ได้รับการเตือนจากเทคโนโลยีโกลไลน์ พร้อมทั้งไม่มีการเรียกใช้ VAR

 

หลังเกมการแข่งขันจบ บริษัทผู้รับผิดชอบได้ออกมาแถลงการณ์ขอโทษเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าสาเหตุที่ไม่มีสัญญาณส่งไปยังนาฬิกาข้อมือของผู้ตัดสินนั้นเป็นเพราะกล้องที่ใช้ในการตัดสินโกลไลน์ทั้ง 7 ตัวนั้นโดนบดบังโดยผู้เล่น

 

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด อดเก็บชัยเพื่อขึ้นไปอยู่อันดับที่ 5 ของตาราง ขณะที่วิลล่ารอดตายและได้เพิ่มมา 1 แต้ม ซึ่งก็อาจจะสำคัญในการหนีตกชั้น ที่ตอนนี้พวกเขารั้งรองบ๊วยห่างโซนปลอดภัยคะแนนเดียว

 

หลังเกม สมิธ พูดถึงประเด็นนี้ว่า “เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อยู่แล้วสำหรับฟุตบอล มันจะมีความผิดพลาดบางอย่างเสมอ เรามีความผิดพลาดแบบมนุษย์กับเหล่าผู้ตัดสิน ซึ่งเราก็ต้องยอมรับมัน”

 

“มันจะความผิดพลาดของเทคโนโลยี อย่างที่เราเคยเห็นมากับ VAR ในฤดูกาลนี้ และตอนนี้ก็เป็นครั้งแรกกับ ฮอว์ค-อาย เราแค่ต้องยอมรับและเดินหน้ากันต่อไป เราทำอะไรไม่ได้หรอก”

 

เมื่อถามว่าวิลล่าพิจารณาที่จะปล่อยให้เชฟฟิลด์ยิงแบบไม่ขัดขวางหรือไม่ เขาบอกว่า “ไม่เลยนะ และผมก็ไม่คิดว่าเชฟฟิลด์จะทำแบบนั้นเพื่อเราด้วยเหมือนกัน” เขากล่าว


ซานโช่ ในช่วงที่ผ่านมาเขาก็ได้ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนัก โดยเฉพาะกับยอดสโมสรอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ น่าจะได้ย้ายมาร่วมงานกันหลังจบซีซั่นนี้เลย

แต่มีสื่อหนึ่งกลับมองต่างออกไป สื่อชื่อดังนั้นนำเสนอว่าโอกาสที่แข้งวัยรุ่นอังกฤษจะได้ย้ายไปอยู่กับปีศาจแดงเริ่มไร้วี่แวว เพราะดอร์ทมุนด์ ต้องการเงินอย่างน้อย 100 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นค่าตัว ซานโช่ แต่ ปีศาจแดง ของ โซลชาไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินมากมายในระดับนั้นเพื่อนักเตะรายนี้

สำนักข่าวบางสำนักยังเปิดเผยเหมือนรู้วงในมาอีกว่า ซานโช่ เริ่มเบนเป้าหมายตัวเองคิดเกี่ยวกับการกลับไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถ้าหาก เรือใบสีฟ้า ให้ความสนใจในตัวเขา

ก็อย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วทีมของกุนซือ โจเซป กวาร์ดิโอล่า มีอ็อปชั่นที่จะให้ข้อเสนอเท่ากับทีมไหนก็ตามที่ยื่นซื้อ ซานโช่ ด้วยค่าตัวสูงที่สุด สื่อเจ้านี้เชื่อว่าซิตี้จะคว้าซานโช่มาร่วมทัพแน่นอน หาก ลีรอย ซาเน่ ย้ายออกและ อุทธรณ์โทษแบนเกมยุโรปสำเร็จ


Sky Sports รายงานว่า ฟิล ธอมป์สัน อดีตตำนานนักเตะ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ออกมาให้คำชี้แนะว่าสโมสรเก่าคว้าตัว คูตี้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมคเกอร์ตัวรุกที่คอยเติมเต็มเกมกลับมาร่วมทีม หงส์แดง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวหลัก เป็นนักเตะชาวบราซิลเลี่ยน วัย 27 ปี ที่กำลังค้าแข้งให้กับ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ในสัญญายืมตัวจาก บาร์เซโลน่า ยอดทีมจากลาลีก้า

แต่ด้วยโชว์ฟอร์มของ คูตี้ ที่ยังไม่เข้าฝักเท่าที่ควรนัก นั่นทำให้ยอดทีมจากเยอรมันไม่มีทีท่าที่ชัดเจนว่าต้องการที่จะซื้อขาดตัวเขาเข้ามาร่วมทีมอย่างถาวร และในตอนนี้เจ้าตัวจะเริ่มที่จะตกเป็นข่าวกับหลายทีมยักษ์ใหญ่จากเกาะอังกฤษ

ถึงอย่างไรก็ตาม ธอมป์สัน ยังเชื่อว่า หงส์แดง ก็ต้องการนักเตะในตำแหน่งกองกลางตัวสร้างสรรค์เกมที่มีคุณสมบัติแบบ คูติญโญ่ ที่เคยโลดแล่นอยุ่ที่ถิ่น แอนด์ฟิล แห่งนี้

ธอมป์สัน กล่าวกับ Sky Sports ว่า

“พวกเขาอาจกำลังมองหานักเตะในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวสร้างสรรค์เกม”

“ถามว่าคุณจะดึง คูตินโญ่ กลับมาไหม เป็นผมจะคว้าตัวเขามาแบบไม่ลังเลเลย ผมคิดว่าเขาเป็นอัจฉริยะในสร้างสรรค์เกม”

“คุณลองมองย้อนดูสมัยฟอร์มเขาตอนอยู่กับลิเวอร์พูล มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก เขายังไม่แก่เกินไป และผมคิดว่าเขายังกลับมาได้”

“มันอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่การมีมิดฟิลด์ตัวสร้างสรรค์เกมยืนหลังสามกองหน้ามันอาจจะเป็นการสร้างสมดุลที่ดีขึ้น”


มิเกล อาร์เตต้า อดีตผู้เล่น “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ปัจจุบันเป็นกุนซือใหญ่ของสโมสร เปิดเผยว่า เจ้าตัวมีแผนการที่จะเสริมทัพตัวผุ้เล่น และได้เตรียมไว้ 2 ถึง 3 แผนตามสถานการณ์ หลังวิกฤตโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้

ดานี่ เซบาญอล, ปาโบล มารี และเซดริช ซัวเรซ เป็น 3 นักเตะที่สโมสร “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ยืมตัวมีช่วยในฤดูกาลนี้ และยังไม่ชัดเจนถึงวอนาคตว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน สโมสรมีหวังขยายสัญญากับ ปิแอร์ เอมิเรค โอบาเมเยอง กองหน้าตัวเก่งของทีมออกไปอีก หลังสัญญาฉบับปัจจุบันกำลังจะหมดลงในปีหน้า

มิเกล อาร์เตต้า มีแผนจะเสริมความแข็งแกร่งในแดนหลัง และอาจหาแนวรุกเข้ามาเพิ่มเพื่อทดแทน ปิแอร์ เอมิเรค โอบาเมเยอง ในสถานการณ์ที่หากสโมสรตัดสินใจขายนักเตะออกไปก่อนที่สัญญาจะหมดลงในซัมเมอร์นี้

“ผมกำลังวางแผนไว้ 2 ถึง 3 แผนตามสถานการณ์แตกต่างกันที่เรากำลังเผชิญอยู่ มันขึ้นอยู่กับ 1 ใน 3 แผนนี้ ที่เราสามารถทำได้มากหรือน้อย หรืออาจจะทำไม่เลย”

“เราต้องตื่นตัวในทุกๆวัน เราไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วสถานการณ์ยังเป็นอย่างไร เราไม่รู้ทั้งกฏ ช่วงเวลา และตลาดซื้อขาย”

“มีหลายสิ่งที่เราไม่สามารถคอนโทรลได้ในขณะนี้” อาร์เตต้า เชื่อว่า ยังมีงานหนักรอเขาอยู่อีกมากหลังเข้ามารับช่วงต่อจากอูไน เอเมรี่ โดยเฉพาะต้องปรับปรุงในเรื่องของความเชื่อมั่นและความกระตือรือล้น”

“ผมเจออะไรมากมายเมื่อย้ายเข้ามาที่นี่ ผมมีผู้เล่น ถึง 8 คนที่บาดเจ็บ และมีอีกหลายรายที่มีปัญหาเรื่องที่ต้องจัดการ ทั้งความสัมพันธ์กับแฟนบอล, ผู้เล่น และสโมสร ที่อยูีในสภาะแตกต่างกันในตอนนี้”

 “เราต้องเปลี่ยนพลังงาน, ความเชื่อ และความมุ่งมั่นจากตัวลูกทีม”

อาร์เตต้า กล่าว


รายงานจาก Football London โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าร่างโย่ง กับ เชลซี ยอดทีมจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังเคลียร์กันไม่จบถึง สัญญาฉบับใหม่ สโมสรได้เปิดการเจรจาสำหรับสัญญาฉบับใหม่เบื้องต้น หลังกองหน้ารายนี้กลับมาระเบิดฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมได้ในช่วงหลัง ก่อนพักการแข่งขันไปเนื่องจาก โควิด

เกือบทั้งซีซั่นนี้ ชิรูด์ ต้องประสบปัญหาในการแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงในทีม สิงห์บูลส์ เชลซี เมื่อนายใหญ่ แฟรงค์ แลมพาร์ด เลือกที่จะไว้วางใจ แทมมี่ อับราฮัม มากกว่าเจ้าตัว และด้วยเหตุผลนี้ทำให้เจ้าตัวถอดใจพร้อมที่อำลาย้ายออกจากทีมหลังสัญญากำลังจะหมดลงซัมเมอร์นี้

แต่ในที่สุด ชิรูด์ ก็ได้ลุ้นมากขึ้น เมื่อแทมมี่ ประสบปัญหาจากการบาดเจ็บ ขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง มิชี่ บาตชูอายี่ ก็ทำผลงานออกมาได้ไม่ดีเมื่อถูกเลือกให้ลงสนามแทน อับราฮัม ในที่สุดโอกาสมาถึงหัวกองหน้ารายนี้อีกครั้ง และเขาก็ไม่ทำให้แฟน สิงห์บลูส์ ต้องผิดหวัง เมื่อตัวเขามีส่วนสำคัญกับประตูที่ทีมทำได้อยู่เสมอ

ล่าสุด Football London รายงานว่า สโมสรกับชิรูด์ ได้เริ่มมีการเจรจาขยายสัญญาใหม่กันเกิดขึ้น เนื่องจากผลงานที่เข้าตา แลมพาร์ด มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ที่ชัดเจนจนกว่าจะผ่านช่วงล็อกดาวน์ โควิด-19 ในอังกฤษสื้นสุด สำหรับข้อเสนอ คาดว่าจะเป็นการยื่นสัญญาใหม่ให้ 1 ปี ตามนโนบายสำหรับนักเตะที่อายุมาก ก็จะต่อสัญญาเป็นรายปี ซึ่งตรงจุดนี้ ก็ขึ้นอยู่กับดาวยิงวัย 33 ปี แล้วว่าจะตกลงยอมรับเงื่อนไขเพื่ออยู่ต่อหรือไม่


ดีเอโก้ คาร์ลอส กองหลังตัวเก่งของ เซบีญ่า เปิดเผยว่าตัวของเขาเองไม่ได้ปิดโอกาสที่จะย้ายไปร่วมทีมกับสโมสรที่ใหญ่กว่าสโมสรต้มสังกัดของเขา หลังจากที่ คาร์ลอส ตกเป็นข่าวกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ว่าที่แชมป์แห่งเวที พรีเมียร์ ลีก

นักเตะชาวบราซิเลี่ยน วัย 27 ย้ายจาก น็องส์ มาร่วมทีม เซบีญ่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ ก่อนเจ้าตัวจะโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ จนล่าสุดตกเป็นข่าวกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา และ ลิเวอร์ พร้อมจะทุ่มเงิน 64 ล้านปอนด์ เพื่อฉีกสัญญาคว้าตัวเขามายังถิ่น แอนฟิลด์

เมื่อถามถึงเรื่องที่มีทีมใหญ่กำลังให้ความสนใจในตัวเขา และการติดต่อเข้ามาจากทาง “หงส์แดง” เจ้าตัวก็ได้ตอบว่า

“ผมได้บอกไปอย่างชัดเจนแล้วว่าการย้ายมา เซบีญ่า เป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ของผม แต่ถ้าผมจะต้องย้ายออก ผมก็คงต้องไปทีมที่ใหญ่กว่านี้ เพราะ เซบีญ่า ก็ถือว่าเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่แล้วสำหรับผม”

“ถึงตอนนี้เอเยนต์ของผมยังไม่ได้พูดถึงเรื่องพวกนี้ ผมยังไม่สนใจเรื่องของทีมอื่น”

“ผมบอกกับเขาเสมอว่า ถ้าเขาจะมาบอกอะไรกับผมบางอย่างมันต้องเป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว เขาเลยไม่มาคุยกับผมเรื่องราวพวกนี้ เพราะผมต้องมีสมาธิกับ เซบีญ่า ผมไม่อยากให้เรื่องพวกนี้มาทำให้ผมไขว้เขว”

คาร์ลอส กล่าวกับ Estadio Deportivo