ดีน สมิธ กุนซือแอสตัน วิลล่า พูดถึงความผิดพลาดเกี่ยวกับเทคโนโลยี ว่าเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ หลังจากที่ทีมของเขาได้ประโยชน์จากความผิดพลาดของโกล์ไลน์ในเกมที่เปิดบ้านเสมอ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

 

คู่เปิดหัวการคัมแบ็คแข่งพรีเมียร์ลีก 2019/20 ทีม “สิงห์ผงาด” เฝ้าถิ่นวิลล่า ปาร์ค รับมือทีม “ดาบคู่” ก่อนที่จะเสมอกันแบบไม่มีสกอร์

 

อย่างไรก็ตามมีประเด็นสำคัญเกิดขึ้น ในช่วงนาที 42 เมื่อทีมเยือนน่าจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ โอลิเวอร์ นอร์วูด เปิดฟรีคิกเข้าไปแล้วเหมือนว่าบอลจะข้ามเส้นไปแล้วในจังหวะน่ายด่านเจ้าถิ่นอย่าง ออร์ยาน นีลันด์ จะรับเข้าซอง

 

อย่างไรก็ตามผู้ตัดสิน ไมเคิล โอลิเวอร์ ให้สัญญาณเล่นต่อไปเพราะไม่ได้รับการเตือนจากเทคโนโลยีโกลไลน์ พร้อมทั้งไม่มีการเรียกใช้ VAR

 

หลังเกมการแข่งขันจบ บริษัทผู้รับผิดชอบได้ออกมาแถลงการณ์ขอโทษเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าสาเหตุที่ไม่มีสัญญาณส่งไปยังนาฬิกาข้อมือของผู้ตัดสินนั้นเป็นเพราะกล้องที่ใช้ในการตัดสินโกลไลน์ทั้ง 7 ตัวนั้นโดนบดบังโดยผู้เล่น

 

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด อดเก็บชัยเพื่อขึ้นไปอยู่อันดับที่ 5 ของตาราง ขณะที่วิลล่ารอดตายและได้เพิ่มมา 1 แต้ม ซึ่งก็อาจจะสำคัญในการหนีตกชั้น ที่ตอนนี้พวกเขารั้งรองบ๊วยห่างโซนปลอดภัยคะแนนเดียว

 

หลังเกม สมิธ พูดถึงประเด็นนี้ว่า “เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อยู่แล้วสำหรับฟุตบอล มันจะมีความผิดพลาดบางอย่างเสมอ เรามีความผิดพลาดแบบมนุษย์กับเหล่าผู้ตัดสิน ซึ่งเราก็ต้องยอมรับมัน”

 

“มันจะความผิดพลาดของเทคโนโลยี อย่างที่เราเคยเห็นมากับ VAR ในฤดูกาลนี้ และตอนนี้ก็เป็นครั้งแรกกับ ฮอว์ค-อาย เราแค่ต้องยอมรับและเดินหน้ากันต่อไป เราทำอะไรไม่ได้หรอก”

 

เมื่อถามว่าวิลล่าพิจารณาที่จะปล่อยให้เชฟฟิลด์ยิงแบบไม่ขัดขวางหรือไม่ เขาบอกว่า “ไม่เลยนะ และผมก็ไม่คิดว่าเชฟฟิลด์จะทำแบบนั้นเพื่อเราด้วยเหมือนกัน” เขากล่าว


สิงบลูส์ เปิดบ้านพ่าย ผีแดง 0-2 VAR ทำพิษโดนริบ 2 สกอร์ จากเกมเมื่อ เช้าวันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย เป็นเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 26 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง สิงบลูส์ เชลซี เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ผีแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยที่เจ้าบ้านด้วยฟอร์มแล้วถือว่าดีกว่าเพราะก่อนเตะอยู่ในหัวตารางในอันดับที่ 4 มีอยู่ 41 คะแนน และในขณะที่ทีมเยือนอยู่อันดับที่ 9 มี 34 คะแนน แต่อย่างไรก็ตามจากที่เกมก่อนที่เคยเจอกันล่าสุดในเกมนั้นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นฝ่ายเจ้าบ้านเปิดสนามรับการมาเยือนของเชลซี เป็น ผีแดง ที่ถล่มชนะมาได้ถึง 4-0

โดยที่นัดนี้เชลซีได้เปรียบมากกว่าทางแมนยูฯ เนื่องจากเล่นในบ้าน แต่เกมในครึ่งแรกก็ไม่มีเหตุการณ์ลุ้นประตูมากนักจนเวลาเลยมาถึงนาทีที่ 45 เป็นทางทีมเยือนที่ได้ประตูจากการขึ้นบอลทางกราบขวาโดย อารอน วาน-บิสซาก้า ครอสบอลผ่านหน้าประตูโดยมี อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โฉบมาโขกบอลเสียบเสาไกล แมนยูฯ ออกนำ เชลซี 0-1

นาทีที่ 56 เชลซีได้ลูกเตะมุมเปิดเข้ามาโดย วิลเลี่ยน เปิดบอลเข้ามาถึง คูร์ท วิ่งซัดบอลตุงตาข่าย แต่ก็โดนปฏิเสธจากผู้ตัดสินเนื่องจากกรรมเชค VAR แล้วมีมติว่า เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า วิ่งไปพลัก แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ล้มลงไปก่อน ทำให้เชลซี ยังคงตามแมนยูฯ 0-1 ประตู

และพอเริ่มครึ่งหลังมาได้นาทีที่ 66 เป็นฝั่งทีมเยือนได้สกอร์เพิ่มมาอีก 1 จากการครอสบอลของนักเตะกองกลางคนเก่งคนใหม่ของแมนยูนั่นก็คือ บรูโน่ แฟร์นัด์ส ผ่านมาให้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เทกตัวขึ้นโหม่งเข้าประตูไป เชลซีถูกทิ้งห่าง 0-2 ประตู

นาทีที่ 77 เชลซีก็ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้งเมื่อกรรมการไม่ให้ประตูจากการที่ เมสัน เมาท์ เปิดไปหน้าประตูให้ ชิรูด์ โขกผ่านตัว เด เคอา ไปได้แล้ว โดยกรรมการเชค VAR แล้วเห็นต้องกันว่า ชิรูด์ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ช่วงทดเจ็บ 1 นาที แมนยู เปลี่ยนเอากองหน้าตัวใหม่อย่าง โอเดียน อิกาโล่ ลงมาเล่นแทน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และแค่โอกาสแรกก็เกือบได้ซัดเปิดซิงทันทีหลัง เฟร็ด แทงบอลให้ อิกาโล่ หลุดเดี่ยวเข้าไปแต่ไปยิงติดเซฟของ วิลลี่ กาบาเยโร่ ที่พุ่งออกมาปิดมุมเร็ว

จบเกม สิงบลูส์ พ่ายคาบ้านไปอย่างน่าเสียดายให้ ผีแดง 0-2 ส่งผลให้ แมนยู เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 38 คะแนน ขยับรั้งอันดับ 7 ตามหลังอันดับ 4 เชลซี ที่ไม่ชนะในลีกมา 4 เกมติดแค่ 3 คะแนน

สิงบลูส์ เปิดบ้านพ่าย ผีแดง 0-2 VAR ทำพิษโดนริบ 2 สกอร์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เชลซี (4-3-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – รีซ เจมส์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น (คูร์ท ซูม่า น.46), อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (เมสัน เมาท์ น.13), จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิซ – วิลเลี่ยน, มิชี่ บาตชูอายี่ (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.68), เปโดร โรดริเกซ 

        ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

      แมนฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : ดาบิด เด เคอา – เอริค ไบยี่, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ – อารอน วาน-บิสซาก้า, เนมานย่า มาติช ,เฟร็ด, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – บรูโน่ แฟร์นันด์ส (ดีโอโก้ ดาโลต์ น.90+2) – แดเนียล เจมส์ (อันเดรียส เปเรยร่า น.80), อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (โอเดียน อิกาโล่ น.90+1)

        ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์